• สายด่วน สคบ.1166

คำแนะนำ

ข้อแนะนำที่ 1 ก่อนการร้องเรียนมายัง สคบ
ให้ผู้ร้องติดต่อเจรจากับทางผู้ประกอบการก่อน เพื่อดูความรับผิดชอบในเบื้องต้น ถ้าได้รับคำตอบจากทางผู้ประกอบการแล้วแต่คิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมร้องเรียนมายัง สคบ.ได้ทันที
ข้อแนะนำที่ 2 ฉลากของสินค้าต้องระบุข้อความดังนี้
ชื่อสินค้า, ชื่อเครื่องหมายการค้า,สถานที่ตั้งของผู้ผลิต, ขนาด/น้ำหนัก, วิธีใช้, ข้อแนะนำการใช้หรือข้อห้าม, คำเตือน(ถ้ามี) ,วันเดือนปีที่ผลิต และ ราคา
ข้อแนะนำที่ 3 ฉลากรถยนต์ใช้แล้ว
ฉลากรถยนต์ใช้แล้ว จำหน่ายชุดละ 50 Copy เล่มละ 70 บาท สามารถสั่งซื้อหรือติดต่อได้ที่ คุณประยงค์ หมายเลข 02-1430377-8
ข้อแนะนำที่ 4 สคบ.มีการปรับปรุงเปลี่ยนสัญญาเช่าซื้อรถยนต์และจักรยานยนต์
สคบ.มีการปรับปรุงเปลี่ยนสัญญาเช่าซื้อรถยนต์และจักรยานยนต์มีจำนวนไม่เกินสิบเอ็ดตัวอักษรในหนึ่งนิ้ว และมีข้อกำหนดราคาเช่าซื้อ อัตราดอกเบี้ย การผ่อนชำระ ภาษีมูลค่าเพิ่ม การคิดคำนวณเงินค่าเช่าซื้อที่ต้องชำระ ราคาที่ขายได้ รวมทั้งผู้ให้เช่าซื้อมีความประสงค์จะนำเงินค่างวดของผู้เช่าซื้อมาหักชำระค่าเบี้ยปรับ ค่าใช้จ่ายในการทวงถาม ค่าติดตามรถยนต์ ค่าทนายความ หรือการให้ส่วนลดแก่ผู้เช่าซื้อ คำเตือนสำหรับผู้ค้ำประกัน
ข้อแนะนำที่ 5 การยื่นเอกสารร้องเรียนด้วยตนเอง
1. สามารถยื่นเอกสารร้องเรียนด้วยตนเองที่ สคบ. ตั้งอยู่ที่ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา อาคาร B ชั้น 5 ถ.แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม.

2. สามารถยื่นเอกสารร้องเรียนได้ด้วยตนเองที่ สคบ. ตั้งอยู่ที่ ศาลากลางประจำจังหวัดทุกจังหวัด และที่ว่าการอำเภอทุกอำเภอ เทศบาล หรือ อบต.

3. ดาวน์โหลดแบบฟอร์มร้องเรียนได้ที่เว็บไซต์ สคบ. www.ocpb.go.th

4. ร้องเรียนผ่านทาง Internet ได้ที่ www.ocpb.go.th

5. ร้องเรียนผ่านทาง E-mail address ได้ที่ consumer@ocpb.go.th

6. ตรวจฉลาก ส่งให้ตรวจสอบที่ ocpb_label@hotmail.com
ข้อแนะนำที่ 6 โครงการลดภาษีรถยนต์คันแรกที่ไม่เกิน 1 ล้านบาท
เป็นการสนับสนุนสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มทำงาน และมีรายได้ไม่มาก ช่วยลดต้นทุนของผู้ประกอบการ โดยจะสามารถลดราคาด้วยการลดภาษีสรรพสามิตไม่เกินคันละ 100,000 บาท หรืออาจลดภาระผ่อนต่องวดในเรื่องเงินต้น เป็นรถยนต์นั่งหรือรถกระบะที่ใช้ในเชิงพาณิชย์ก็ได้ แต่รถยนต์ที่เข้าร่วมโครงการนี้ผู้ซื้อต้องถือครองให้ครบ 5 ปีถึงจะสามารถขายเป็นรถยนต์มือสองได้ หากขายรถยนต์ออกไปก่อนกำหนดจะถูกตัดสิทธิ์และต้องคืนเงินทั้งหมดแก่กระทรวงการคลัง

หากเป็นรถยนต์นั่ง ต้องไม่เกิน 1,500 ซีซี ในราคาไม่เกินคันละ 1 ล้านบาท ส่วนรถกระบะนั้น ไม่กำหนด ซีซี และผู้ซื้อต้องมีอายุ 21 ปีขึ้นไป เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย รวมถึงผู้ที่เริ่มทำงานใหม่ตรงตามนโยบายรัฐบาล โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 54-31 ธ.ค. 55 นี้เท่านั้น รวมทั้งต้องเป็นรถยนต์ที่ผลิตขึ้นในประเทศ ไม่รวมถึงรถยนต์ที่ประกอบจากชิ้นส่วนนำเข้าใช้แล้วจากต่างประเทศ (รถยนต์จดประกอบ)


สำหรับรูปแบบการคืนเงินนั้น หลังจากที่ซื้อรถแล้ว

ผู้ซื้อต้องนำเอกสารการซื้อไปยื่นขอรับเงินภาษีสรรพสามิตรถยนต์คืนได้ที่สรรพสามิตพื้นที่ทั่วประเทศ 280 แห่ง โดยกรมฯ จะคืนเป็นเช็คให้หลังจากวันที่ซื้อรถแล้ว 1 ปี และมีเงื่อนไขว่า ผู้ซื้อต้องถือครองรถนาน 5 ปี ไม่สามารถโอนได้ คาดว่าจะทำให้มีความต้องการซื้อรถใหม่เพิ่มขึ้น 500,000 คัน และส่งผลให้การเก็บภาษีรถยนต์ในปี 55 สูงขึ้นมาก เพราะการคืนภาษีจะเริ่มในปีถัดไป