Website
1166
facebook
twitterx
youtube
Instagram
pantip
TikTok
line
connect








รมต.อนุชาฯ นำทีม สคบ. โชว์ผลงาน ต่อ รักษาการนายกฯ

21 ก.ย. 2565


วันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๕  เวลา ๐๘.๓๐ น. รักษาการนายกรัฐมนตรี (พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ)  พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีได้ตรวจเยี่ยมการจัดนิทรรศการแสดงผลงานของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยมีรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายอนุชา นาคาศัย) ในฐานะประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมคณะผู้บริหาร สคบ. นำเสนอผลงานการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลในการให้บริการประชาชน  การดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคกับอาเซียน การคุ้มครองผู้บริโภคในช่วงสถานการณ์โควิด- ๑๙ การบังคับใช้กฎหมาย การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้กู้ยืมเงินและหนี้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของผู้บริโภค รวมถึงการดำเนินการเชิงรุกเพื่อแก้ปัญหาให้ผู้บริโภค ณ ทำเนียบรัฐบาล

 

สคบ. แก้ไขปัญหาให้ผู้บริโภคสามารถยุติได้ จำนวน ๑๓,๖๙๗ เรื่อง ผู้บริโภคได้รับการเยียวยาความเสียหาย เป็นเงินจำนวน ๓๘๔,๓๓๘,๙๔๖.๔๘ บาท (สามร้อยแปดสิบสี่ล้านสามแสนสามหมื่นแปดพันเก้าร้อยสี่สิบหกบาทสี่สิบแปดสตางค์) การฟ้องคดีแทนผู้บริโภค จำนวน ๔๒๒ ราย ผู้บริโภคได้รับการเยียวยาความเสียหายเป็นเงินจำนวน ๑๓๐,๙๓๑,๔๙๔.๙๓ บาท (หนึ่งร้อยสามสิบล้านเก้าแสนสามหมื่นหนึ่งพันสี่ร้อยเก้าสิบสี่บาทเก้าสิบสามสตางค์) การบังคับคดีตามคำพิพากษา โดยตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ประกอบธุรกิจแทนผู้บริโภค จำนวน ๑,๒๒๕ คดี ผู้บริโภคจำนวน ๗,๐๖๗ ราย เปรียบเทียบความผิดผู้ประกอบธุรกิจที่ละเมิดสิทธิผู้บริโภค จำนวน ๓๘ ราย เป็นเงิน ๒,๗๖๐,๐๐๐ บาท (สองล้านเจ็ดแสนหกหมื่นบาทถ้วน) ทั้งนี้  สคบ. ได้มีการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงาน ได้แก่ ระบบร้องทุกข์ออนไลน์  ไกล่เกลี่ยออนไลน์ การจดทะเบียนขายตรงและตลาดแบบตรงออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชัน OCPB Connect และ Chat Bot "พี่ปกป้อง” มาให้บริการประชาชน ตลอดจนการเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ หรือ Big Data อันเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่จะก้าวไปสู่การพัฒนานวัตกรรมการให้บริการรูปแบบใหม่ เพื่อผู้บริโภคได้รับความสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขี้น ในส่วนการดำเนินงานด้านต่างประเทศ สคบ. ได้มีการประสานความร่วมมือด้านการคุ้มครองผู้บริโภคกับนานาชาติในเรื่องต่าง ๆ อาทิ การพัฒนากลไกการแจ้งและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศ การสร้างความตระหนักให้แก่ผู้บริโภคของอาเซียนในการเยียวยาผู้บริโภคข้ามแดน โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ - ๒๕๖๕ สคบ. ได้มีการรับเรื่องร้องเรียนจากชาวชาติ ๑,๒๒๖ เรื่อง ยุติได้ ๘๙๕ เรื่อง มีการฟ้องคดี ๕ เรื่อง นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MoU) จำนวน ๒ ฉบับ ระหว่าง ไทย-สหราชอาณาจักร และระหว่าง ไทย-รัสเซีย เพื่อประสานความร่วมมือด้านการคุ้มครองผู้บริโภค โดย MoU ทั้งสองฉบับอยู่ระหว่างการลงนาม

 

และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ สคบ. คุมเข้มการขายสินค้าทางสื่อออนไลน์ บูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการป้องกันแก้ปัญหา เฝ้าระวังสินค้าที่ผิดกฎหมาย คัดกรองผู้ขายสินค้าเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคถูกหลอกลวง ให้ความรู้กับผู้บริโภค รวมถึงยังให้ความสำคัญในเรื่องการโฆษณาที่อวดอ้างสรรพคุณผลิตภัณฑ์ถั่งเช่าที่อาจเป็นเท็จหรือเกินความจริง การแก้ไขปัญหาการให้บริการขนส่งสินค้า ขนส่งพัสดุหรือสินค้าที่มีการเรียกเก็บเงินปลายทาง ศึกษาแนวทางในการกำกับดูแลการซื้อขายออนไลน์ การกำกับดูแลการโฆษณาขายกล่องสุ่มทางสื่อออนไลน์  การรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชกฤษฎีกายกเว้นสิทธิผู้บริโภคในการคืนสินค้า (Cooling Off Period) และการลงพื้นที่ตรวจสอบการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก การกวาดล้างสินค้าออนไลน์จากเว็บไซต์ขายสินค้าราคาถูกที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค


( กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ )